โรคอ้วน กำจัดได้ แค่ใส่ใจการกิน

“อ้วน” เป็นคำที่ไม่มีใครที่อยากจะถูกเรียก แต่ก็ยังเห็นคนส่วนใหญ่อ้วนๆ กันทั้งนั้น อาจเป็นเพราะอาหารการกินที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์ ทั้งรสชาติ สีสัน รูปร่างหน้าตาที่ชวนน้ำลายไหล ทำให้อดที่จะซื้อหามากินไม่ได้ ตามใจปากกันจนลืมคิดไปว่าปริมาณพลังงานที่ได้รับจากอาหารที่หยิบใส่ปากไปแต่ละมื้อนั้น มันมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญมาใช้ประโยชน์ได้หมด สุดท้ายก็สะสมไว้ในร่างกายจนก่อเกิดเป็นไขมันส่วนเกินจน “อ้วน” นั่นเอง

การจะลดความอ้วนหรือลดน้ำหนักตัวเองนั้น มีวิธีการอยู่มากมายหลายวิธี โดยส่วนใหญ่ที่ได้ผลคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ยังมีอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามนั่นคือการควบคุมปริมาณแคลอรี่ได้รับจากอาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานเข้าไปแต่ละมื้อ…แต่คนส่วนมากกลับมักทำไม่ได้ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือไม่ทราบว่าสิ่งที่กำลังจะรับประทานเข้าไปนั้น ให้พลังงานเท่าไร

จะมีสักกี่คนที่ต้องการจะควบคุมน้ำหนักและสามารถคาดคะเนได้เองว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่เรากินเข้าไปนั้นให้พลังงานเท่าไหร่ และวันนี้จะสามารถกินได้อีกเท่าไหร่ สุดท้ายเลยใช้สายตาและความรู้สึกเป็นตัวชี้วัดพลังงานของอาหาร ส่งผลให้อ้วนลงพุงอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีความพยายามที่จะผลักดัน ให้มีการแสดงปริมาณแคลอรี่หรือพลังงานไว้ที่เมนูอาหาร อย่างที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีกฎหมายบังคับใช้ให้ร้านอาหารต้องแสดงสลากระบุปริมาณแคลอรี่ของอาหารแต่ละรายการไว้เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับลูกค้า และขณะนี้เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอเมริกา อย่างลอสแอนเจลีสหรือแอลเอก็กำลังเตรียมนำมาตรการในทำนองเดียวกันนี้ มาใช้บ้างเพื่อจัดการกับโรคอ้วน ที่ทราบกันดีว่านำมาสู่ปัญหาสุขภาพสำคัญ ๆ หลายอย่าง อาทิ โรคหัวใจ หลอดเลือด สมองและเบาหวาน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตัวคร่าชีวิตประชาชนชาวอเมริกันในอันดับต้น ๆ ทั้งสิ้น

ว่ากันว่า…..คนแอลเอใส่ใจเรื่องขนาดเส้นรอบเอวเป็นอย่างมาก ถึงขนาดกับมีการขนานนามกันว่าแอลเอคือมหานครแห่งการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ก็ต้องแปลกใจ!!! เมื่อแนวโน้มของโรคอ้วนกลับเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 46 ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา จากสถิติล่าสุดของปีที่แล้วพบว่ามีชาวแอลเอเป็นโรคอ้วนถึงร้อยละ 20.9 เป็นไปได้ว่าชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ของคนแอลเอ มักรับประทานอาหารนอกบ้านการควบคุมน้ำหนักด้วยตัวเองจึงไม่ค่อยได้ผลนัก

และนั่น!!! เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แอลเอหันมาผลักดันให้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายบังคับให้ร้านอาหารทั่วไปและร้านอาหารฟาสฟู้ดแสดงปริมาณพลังงานที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการรับประทานอาหารใด ๆ ไว้ให้ทราบกันบนเมนูอาหาร อย่างที่มีผลบังคับใช้แล้วในนิวยอร์ก หากใครฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงินมากถึง 2,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 66,000 บาท)

“คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าพวกเขากำลังรับพลังงานเข้าไปมากเท่าไหร่ ในขณะที่สั่งมิลค์เชค ดับเบิ้ลแฮมเบอร์เกอร์ใส่ชีส หรือมันฝรั่งทอด กฎหมายนี้จะมีส่วนช่วยก่อให้เกิดแรงจูงใจในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมได้”หนึ่งในสมาชิกกรรมการที่ปรึกษาของลอสแอนเจลีสที่เสนอให้มีกฎหมายดังกล่าวกล่าว

กลับมาย้อนมองในประเทศไทยของเรา โรคอ้วนก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน และกำลังตามหลังประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐฯ ไปติด ๆ

การที่จะคิดทำตามอย่างสหรัฐฯ เกี่ยวกับการบังคับให้มีการแสดงปริมาณแคลอรี่ในเมนูอาหารนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรจะทำ และหากทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ก็น่าจะช่วยให้สามารถสกัดกั้นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องโรคอ้วนได้ดีกว่าที่จะปล่อยให้แย่ไปกว่านี้ แล้วจึงค่อยมาคิดทำตามทีหลัง

หากทั้งหมดนี้ทำได้จริง!!! คนไทยเราจะได้ตระหนักรู้ว่าพวกเขาควรกินอะไร กินเท่าไร ทุกครั้งที่จะสั่งอาหารรับประทาน และที่สำคัญไปกว่านั้น เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของตัวคุณเองด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *